ทีมชาติไทยในฟุตบอลโลก

     เชื่อได้เลยว่า ใครหลายๆคนต้องรู้สึกเสียใจไม่น้อยหลังที่เมื่อคืนนี้ทีมชาติไทย พ่ายแพ้ต่อทีมชาติมาเลเซีย 0-1 ในศึกคัดเลือกฟุตบอลโลก 2022 โซนเอเชีย รอบที่2 ทำให้ “ช้างศึก” นั้นจบรองบ๋วยของกลุ่ม สะท้อนให้เห็นความเป็นจริงของฟุตบอลไทย ที่ยังห่างไกลกับเวทีฟุตบอลโลกอีกหลายเท่าตัว

     ย้อนกลับไปเมื่อครั้งจับสลากแบ่งสายฟุตบอลโลก 2022 โซนเอเชีย ที่ทีมชาติไทยได้อยู่ร่วมกลุ่มกับยูเออี, เวียดนาม, อินโดนีเซีย, และมาเลเซีย แฟนบอลเชื่อมั่นว่าตามมาตรฐาน ทีมชาติไทยมีโอกาสผ่านเข้ารอบ 12 ทีมสุดท้าย ได้เป็นสมัย 2 ติดต่อกันหลังจากโค้ชซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เคยได้ทำมาแล้วยิ่งผลงานนัดแรก ที่เปิดบ้านเสมอเวียดนาม 0-0, บุกชนะอินโด 0-3 และเปิดบ้านชนะยูเออี 2-1 ส่งผลให้ไทยมี 7 คะแนนพร้อมรั้งจ่าฝูงของกลุ่ม ยิ่งทำให้แฟนบอลเชื่อมั่นในการทำงานของ นิชิโนะ ที่เข้ามาช่วยยกระดับ ทีมชาติไทยให้ดีขึ้น

แต่นั่นเป็นเพียงแค่ภาพลวงตา เพราะหลังจากนั้น ทีมชาติไทยผลงานก็ล้มเหลว ด้วยการไม่ชนะใครได้อีก 5 นัดติดต่อกัน ทั้งการแพ้มาเลเซีย 1-2, เสมอเวียดนาม 0-0, เสมออินโดนีเซีย 2-2, แพ้ยูเออี 1-3, และล่าสุดพ่ายแพ้ให้กับมาเลเซีย 0-1 จบเส้นทางฟุตบอลโลก 2022 เป็นที่เรียบร้อย 

     ซึงปัจจัยความล้มเหลวที่เกิดขึ้นนั้น อยู่ที่การเตรียมทีมที่ไม่มีความพร้อมในทุกๆด้าน แม้ว่าจะมีเรื่องของโควิด-19 เข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ทุกชาติก็เจอผลกระทบเช่นเดียวกัน นั่นจึงไม่ใช่ข้ออ้าง ปฏิเสธไม่ได้ว่า อากิระ นิชิโนะ เฮดโค้ชชาวญี่ปุ่น คือคนแรกที่ต้องรับผิดชอบกับผลงาน การเดินทางกลับบ้านที่ญี่ปุ่นหลายครั้ง ครั้งละ 3-4 เดือน ในช่วงที่ไทยลีกกำลังขับเคี่ยว ส่งผลให้ นิชิโนะไม่มีข้อมูลนักเตะที่เพียงพอ มีเพียงสต๊าฟโค้ชป้อนข้อมูลให้ ซึ่งเป็นที่มาของการเอานักเตะติดไปมากกว่า 40 คน ส่งผลต่อโปรแกรมการฝึกซ้อมที่ไม่ทั่วถึง สะท้อนถึงการจัดทีมที่แม้มีตัวเลือกนักเตะให้ใช้เยอะ แต่ก็ยังใช้ผู้เล่นชุดเดิมที่ไว้ใจ โดยไม่อิงกับผลงานในลีก แต่หากมองให้ลึกลงไป ความล้มเหลวที่เกิดขึ้น มาจากรากฐานที่ไม่แข็งแรงพอ ศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งชาติที่พร่ำบอกว่าต้องมี ต้องมี ทุกวันนี้ยังไม่สามารถจับต้องได้สักที แต่ลองหันไปมองเพื่อนบ้านในอาเซียน ยกตัวอย่าง เวียดนาม พวกเขาให้ความสำคัญกับศูนย์ฝึกฟุตบอลอย่างมาก เขายอมล้มและเจ็บ เพื่อที่จะได้เห็นจุดอ่อนและพัฒนาต่อเนื่อง

ส่วนฟุตบอลไทยยังเป็นความฝันลมๆ แล้งๆ ดีแต่พูดแต่ไม่ลงมือทำ สมาคมกีฬาต้องรับผิดชอบกับความล้มเหลวที่เกิดขึ้น เพราะตลอดเวลา 5-6 ปีหลังไม่ว่าโค้ชคนใดจะเข้ามาทำทีมชาติ ต่างกันพาทำผลงานที่ล้มเหลวทั้งนั้น

เพราะฉะนั้นความล้มเหลวที่เกิดขึ้น ไม่ใช่เกิดขึ้นเพราะโค้ช แต่มาจากรากฐานการทำฟุตบอลไทยทั้งระบบที่ยังไร้คุณภาพ ซึ้งการตกรอบหนนี้ สะท้อนภาพชัดว่าฟุตบอลไทยยังห่างไกลฟุตบอลโลกมาก





ขอบคุณภาพจากเพจ : ฟุตบอลทีมชาติไทย

Check Also

อัพเดทตลาดนักเตะ (27 ก.ค. 64)

แมนยูฯคว้าตัววา …

ใส่ความเห็น