วิธีลดความเครียด รักษาสุขภาพจิต ดูแลจิตใจตัวเอง ช่วงโควิด-19

ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 เป็นช่วงที่หลายๆ คนต้องเผชิญกับความเครียดต่างๆ นานาจนเกินจะรับมือไหว วันนี้เราจะขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนมีจิตใจที่แข็งแกร่งที่จะสามารถเผชิญกับปัญหาเหล่านี้ไปให้ได้ ด้วย 5 วิธีลดความเครียดนี้ ที่นำมาจากหนังสือ “ดูแลจิตใจตัวเองในสถานการณ์โควิด” จากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

 

1. ลดเครียดจากจุดแข็งในตัวเอง

ในช่วงที่ชีวิตมีแต่ความเครียด เรามักจะมัวจมอยู่กับปัญหาและโฟกัสแต่กับ “จุดอ่อน” จนยิ่งทำให้เรารู้สึกแย่กับตัวเองมากขึ้นและจัดการกับความเครียดได้ยากขึ้นด้วย ซึ่งในหนังสือแนะนำว่า สิ่งที่ถือเป็นตัวช่วยให้เราก้าวออกมาจากความทุกข์ชั่วคราวในครั้งนี้ได้นั้น ก็คือ การมองหา “จุดแข็ง” ของตัวเองค่ะ โดยเราจะต้องลองสังเกตตัวเองดูว่า สิ่งที่เป็นจุดแข็งของเราคืออะไร เช่น ทักษะ หรือ ความถนัดต่างๆ แล้วให้นำเอาสิ่งนั้นมาผ่อนคลายความเครียดของเรา ยกตัวอย่างเช่น

    • หากเราเป็นคนมีจินตนาการสูง ชอบศิลปะ อ่านนิยาย ดูหนัง ฟังเพลง เล่นดนตรี ก็อาจจะใช้วิธีเบี่ยงเบนความเครียดด้วยสิ่งเหล่านี้แทน
    • หากเราเป็นคนช่างสังเกตและชอบวิเคราะห์ เราควรฝึกรู้เท่าทันความคิดและอารมณ์ของตัวเอง เพื่อทำความเข้าใจและจัดการกับมัน โดยเราอาจจะใช้วิธีถ่ายเทสิ่งที่อัดแน่นอยู่ในความคิดออกมาเป็นตัวอักษรให้เห็นเป็นรูปธรรม เพราะการเขียนก็เหมือนกับการระบาย แถมยังช่วยจัดระเบียบความคิดฟุ้งซ่านต่างๆ ของเราได้ดี ทำให้เรามองเห็นปัญหาได้รอบด้านมากขึ้น และสามารถจัดการกับมันได้
    • หากเราเป็นคนชอบความสงบ เราอาจจะใช้วิธีฝึกสติหรือเจริญสติให้อยู่กับปัจจุบันขณะ ไม่คิดฟุ้งซ่าน ไม่นึกเสียใจกับเรื่องที่ผ่านไปแล้ว และไม่กังวลกับสิ่งที่ยังมาไม่ถึง
    • หากเราเป็นคนชอบกิน ก็อาจจะใช้วิธีฝึกทำอาหารด้วยตัวเอง เพราะมีงานวิจัยเผยว่า การทำอาหารสามารถช่วยบรรเทาความเครียดและช่วยทำให้สุขภาพจิตดีขึ้นได้
    • หากเราเป็นคนชอบออกกำลังกาย เราสามารถเบี่ยงเบนความเครียดด้วยกิจกรรมที่ได้ออกแรง ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายหรือการทำงานบ้าน ซึ่งวิธีนี้จะส่งผลดีกับเราทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจเลยก็ว่าได้

 

2. ลดเครียดจากการมองหาสิ่งดีๆ ในชีวิต

แน่นอนว่าเมื่อเราอยู่ในภาวะเครียด ท้อแท้ หมดหวัง ชีวิตเราจะเต็มไปด้วยความมืดมน และมองเห็นเพียงแต่ความทุกข์ ซึ่งอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยจัดการกับความเครียดได้ดีนั้นก็คือ การเบี่ยงเบนความคิดไปหาสิ่งอื่นๆ ที่ถือว่าเป็นสิ่งดีๆ ในชีวิตของเรา ไม่ว่าจะเป็น คนที่รักและห่วงใยเรา หรือสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตที่มันดีกว่าในอดีต เพราะสิ่งเหล่านี้จะทำให้เรามีกำลังใจและความหวังมากขึ้นค่ะ

 

3. ลดเครียดจากการมองหาเป้าหมาย

หาเรารู้สึกเครียดและท้อแท้มากๆ จนทำให้ไม่อยากมีชีวิตอยู่ ให้เราลองมองหาเหตุผลของการมีชีวิตอยู่ที่แอบซ่อนในตัวเรา เช่น คนที่เราอยากอยู่ด้วย คนที่เราอยากมีชีวิตอยู่เพื่อเค้า ไม่ว่าจะเป็นคนรัก พ่อ แม่ หรือลูก นอกจากนั้นเราอาจจะลองมองหาเหตุผลว่า เราอยากมีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไร เช่น การทำตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ให้สำเร็จ ซึ่งเหตุผลเหล่านี้จะทำให้เรามองเห็นอนาคตของตัวเองและมีความหวังที่จะอยากมีชีวิตต่อ

 

4. ลดเครียดจากการปรับทุกข์กับคนไว้ใจ

เราสามารถระบายความเครียดออกด้วยการพูดคุยกับคนที่ไว้ใจได้ วิธีนี้จะช่วยทำให้เรารู้สึกสบายใจขึ้น รู้สึกว่ามีคนอยู่เคียงข้าง เราไม่ได้โดดเดี่ยว และอาจมองเห็นทางออกมากขึ้น เมื่อได้ลองปรึกษากับคนที่ไว้ใจ นอกจากนั้นเราอาจจะได้รับความช่วยเหลือจากพวกเค้า ทำให้เราไม่ต้องเผชิญกับปัญหาเพียงผู้เดียว แล้วก็อาจจะทำให้ปัญหาที่หนักอึ้งนั้นเบาลงได้

 

5. ลดเครียดจากการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

เมื่อเราลองทำมาครบทั้งหมดแล้ว แต่ยังไม่สามารถจัดการกับมันได้ อีกหนึ่งวิธีคือการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้โดยตรง ไม่ว่าจะเป็น จิตแพทย์ หรือ นักจิตวิทยา รวมถึงช่องทางการช่วยเหลือต่างๆ เช่น สายด่วนสุขภาพจิต 24 ชม. โทร 1323 หรือ สมาคมสะมาริตันส์แห่งประเทศไทย โทร 02-7136793 (เวลาทำการ 12.00-22.00 น.)

ขอบคุณข้อมูลจาก :
* สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
* ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

Check Also

ปลูกต้นไม้ในห้องให้สวยและรอดตายได้อย่าง? มาดูกัน

ใส่ความเห็น