เริ่มเรียนภาษาจีนจากพินอิน

     การเริ่มเรียนจีนจากพินอินสำคัญอย่างมาก เพราะจะช่วยสำหรับการเรียนพื้นฐานให้เราสามารถออกเสียงได้ถูกต้องมากกว่า นอกจากนี้พินอินยังช่วยให้ผู้เรียนสามารถจดจำคำศัพท์และอ่านออกเสียงคำศัพท์จีนได้ง่ายและเร็วกว่าเดิม

พินอินคืออะไร?

     พินอิน (拼音, Pinyin) คือระบบที่คิดค้นวิธีการถ่ายทอดเสียงภาษาจีนใหม่ เพื่อช่วยในการออกเสียงภาษาจีน ในปัจจุบันได้ถือเป็นมาตรฐานที่ใช้กันทั่วโลกและใช้สำหรับการพิมพ์คอมพิวเตอร์ได้อย่างสะดวก นอกจากนี้ยังเป็นระบบที่ใช้อักษรโรมันมาใช้เป็นสัญลักษณ์สำหรับการสะกดคำเท่านั้น แต่ไม่ได้ออกเสียงแบบภาษาอังกฤษ ซึ่งมันทำให้ง่ายต่อการเรียนภาษาจีนมากขึ้น

ที่มา: https://encrypted-tbn0.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcQpQgqEEYlWhVzDi9T20uJEXFPu8yKaHprDjA&usqp=CAU

องค์ประกอบของพินอิน

  1. พยัญชนะ (声母) มี 23 เสียง
  2.  สระ (韵母) แบ่งออกเป็นสระเดี่ยว และ สระผสม สระผสมนาสิกทั้งหมด 36 เสียง
  3.  เสียงวรรณยุกต์ (声调) มี 4 เสียง

 

1. พยัญชนะ (声母) มี 23 เสียง

(เสียง zh, ch, sh เป็นเสียงที่ไม่มีในภาษาไทย ซึ่งมีความแตกต่างระหว่างเสียง z, c, s และเสียง zh, ch, sh)

2. สระ (韵母) แบ่งออกเป็นสระเดี่ยว สระผสมและสระผสมนาสิก

(สระเดี่ยวมี 6 เสียง), (สระผสมมี 9 เสียง)

(สระผสมนาสิกมี 16 เสียง), (สระผสมสามเสียงมี 4 เสียง)

3. เสียงวรรณยุกต์มี 4 เสียง

    ระบบพินอินมีเครื่องหมายแทนเสียงวรรณยุกต์ 4 เครื่องหมายและเสียงวรรณยุกต์ในภาษาจีนนี้ ส่วนใหญ่มีความใกล้เคียงกับเสียงในภาษาไทย จึงทำให้คนไทยสามารถเรียนภาษาจีนกลางได้เปรียบกว่าชาติอื่นที่ไม่มีเสียงวรรณยุกต์ และเทียบเสียงกับวรรณยุกต์ในภาษาไทย ดังนี้

ถึงแม้ว่าจะมีการผันเสียงแต่ก็ยังคงต้องเขียนพินอินเสียงเดิมเอาไว้ จึงต้องเขียนพินอิน ถ้ามีเสียงวรรณยุกต์เสียงที่3 ติดกัน เช่น 你好 (Nǐ hǎo) หนีห่าว เวลาออกเสียงให้ผันพยางค์แรกเป็นเสียงที่2 (/) จึงออกเสียงว่า (หนีห่าว) ไม่ใช่ (หนี่ห่าว) เพื่อคงพินอินแบบพจนานุกรมไว้

ใส่ความเห็น